ค้นหาบล็อกนี้

Powered By Blogger

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สมเด็จพระเทพรัตน์ฯประทาน สคส. 2553


เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2553 สมเด็จพระเทพรัตน์ฯทรงพระเมตตาประทาน สคส.2553 เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชาวไทยโดยทั่วกัน จึงขออัญเชิญมาลง ณ ที่นี้

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สสส.ก้าวสู่ปีที่ 9





สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก้าวสู่ปีที่ 9 แล้วด้วยนโยบาย "ก้าวสร้าง ก้าวสุข"ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ สสส.ได้จัดตั้งขึ้นมา ได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยทุกหมู่หล่า ห่างไกลจากอบายมุขสิ่งเสพติดทั้งหลาย อาทิ บุหรี่ สุรา ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ช่วยเหลือหน่วยงาน องค์กร สถาบันต่างๆ จัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมสุขภาพกายและใจตลอดมา ผลงานต่างๆก็เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมไทยมามากมายแล้ว

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เดือนที่คนไทยทั้งประเทศมีความสุขที่สุด


ปีหนึ่งมีจำนวน 12 เดือน แต่เดือนที่คนไทยทั้งประเทศมีความสุขที่สุดในรอบปีคือ เดือนธันวาคม เพราะเดือนนี้มีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวง คือวันที่ 5 ธันวาคม และนับเป็นวันพ่อแห่งชาติด้วย


โดยเฉพาะปีนี้รัฐบาลได้จัดงานเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด มีการจัดงานฉลองถึง 9 วัน 9 คืน ณ สถานที่สามแห่งในกรุงเทพมหานคร คือ ที่สนามหลวง บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก และที่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า)


โดยเฉพาะที่บริเวณถนนราชดำเนินทั้งสองแห่ง กทม.ได้จัดซุ้มเฉลิมพระเกียรติอย่างสวยงามอลังการ ประดับด้วยไฟฟ้าสวยงามอย่างยิ่งในยามค่ำคืน


และที่พระที่นั่งอนันตสมาคมมีการจัดระบบแสง สี เสียง แบบสามมิติ อย่างที่ไม่เคยได้ชมกันมาก่อน มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงมาฉายประกอบด้วย เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่พสกนิกรจำนวนมากไม่เคยได้ชมมาก่อน


สำคัญอย่างยิ่งในโอกาสนี้อนุญาตให้มีการถ่ายทำภาพยนตร์ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานด้วย เพื่อฉายเผยแพร่ให้ทุกคนเห็นว่าในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานนั้น มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับโครงการที่ในหลวงทรงคิดค้นขึ้น และนำมาปฏิบัติจริงตามโครงการพระราชดำรินับพันโครงการทั่วประเทศ
ณ วันนี้แม้พระองค์ท่านจะยังทรงประทับอยู่ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เนื่องด้วยทรงพระประชวร ประชาชนทุกสารทิศทั่วประเทศไทย ก็ยังหลั่งไหลมาลงนามถวายพระพรพระองค์ท่านอย่างล้นหลามทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งขาวต่างประเทศหลายเชื้อชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ต่างก็พากันมาลงนามถวายพระพรพระองค์ท่านด้วย
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ความปลื้มปิติที่สุดในชีวิต

ในชีวิตของผมที่นับว่าเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เป็นความปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ก็คือ การได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดในหลวง เมื่อครั้งพระองค์ท่านเสด็จไปเปิดหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี เมื่อประมาณ พ.ศ. 2509
ช่วงนั้นผมเป็นข้าราชการตัวเล็กๆระดับชั้นจัตวา ทำงานอยู่ที่แผนกห้องไมโครฟีล์ม และพระองค์ท่านเสด็จไปทอดพระเนตรการทำงานของกล้องไมโครฟีล์ม และมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติ ร่วมรับเสด็จและถวายรายงานการทำงานของกล้องไมโครฟีล์ม คือ ศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต

หลังจากนี้ผมก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้าเฝ้าพระองค์อีกเลย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสใดก็ตาม เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับที่ รพ.ศิริราชครั้งก่อนๆ เพื่อรักษาอาการประชวร จนเสด็จกลับวังสวนจิตรลดา ผมก็ไม่มีโอกาสมาลงนามถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน

ในวโรกาสที่พระองค์ท่านเสด็จมาประทับที่ รพ.ศิริราช ครั้งนี้ ผมก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ถึงอย่างไรก็จะต้องมาลงนามถวายพระพรแด่พระองค์ท่านให้จงได้

แล้วความตั้งใจนั้นก็เป็นความจริง เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2552 เวลาประมาณ 10.00 น. ผมก็มาลงนามถวายพระพรที่ศาลา 100 ปี รพ.ศิริราช ท่ามกลางพสกนิกรหลากหายหมู่เหล่าที่มาลงนามถวายพระพรกันอย่างไม่ขาดสายตลอดวัน

นี่คือความปลื้มปิติและเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของผมอีกครั้งหนึ่ง

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วัยรุ่นรอบสอง

เมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากผู้จัดรายการวิทยุท่านหนึ่งคือ คุณจเลิศ เจษฏาวัลย์ จัดรายการชื่อ "วัยรุ่นรอบสอง" ออกอากาศที่สถานีวิทยุไทย เพื่อเด็กและครอบครัว คลื่น เอฟ.เอ็ม. 105.0 MHz เวลาออกอากาศ 20.15-20.30 น.ทุกวัน (จันทร์ ถึง อาทิตย์)

เนื้อหาสาระของรายการนี้คือ เป็นเวทีสำหรับคนวัยรุ่นรอบสอง (อายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป) มาบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ประสบการณ์ที่มีคุณค่าน่าสนใจในอดีตที่ผ่านมา ผู้ที่จะมาร่วมรายการเป็นหญิงหรือชายก็ได้ โดยจะสมัครเข้ามาร่วมรายการก็ได้

สำหรับผมนั้นผู้ดำเนินรายการเป็นฝ่ายเชิญผมมาร่วมรายการ ทั้งนี้ผู้จัดรายการแจ้งว่าได้อ่านพบเว็บไซต์ของผมที่ www.centuryboy.com เห็นว่ามีประสบการณ์ที่น่าสนใจ ผมบันทึกเทปบอกเล่าเรื่องราวต่างๆออกอากาศทุกคืนวันทร์และวันพุธ เป็นประจำ และออกอากาศมาแล้วจำนวน 6 ครั้ง

หากท่านสนใจก็โปรดรับฟังได้ตามวันและเวลาที่เรียนแจ้งมาครับ และยินดีรับฟังคำติชมจากท่านด้วยความยินดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สมาคมการบริหารโรงแรมไทยสร้างนวัตกรรมใหม่ในการอบรมหลักสูตร"การจัดการระดับสูง"

เป็นเวลา 5ปีมาแล้วที่สมาคมการบริหารโรงแรมไทยได้จัดหลักสูตรการอบรม ที่มีชื่อว่า "การจัดการระดับสูง" ให้กับเจ้าของกิจการโรงแรมและรีสอร์ตขนาดกลางและขนาดเล็ก ได้มีโอกาสมาเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารและจัดการธุรกิจของตนเอง ในรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเจ้าของกิจการ ใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่นานนัก ก็สามารถที่จะมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมฯได้กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการทำงานด้านโรงแรมและการเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของกิจการโรงแรมมาเป็นเวลานาน พบว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในการบริหารจัดการโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กนั้น เกิดจากการที่เจ้าของกิจการขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการ ถึงแม้ว่าธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมจะมีมานานหลายสิบปีแล้วก็ตามในประเทศไทย แต่เนื่องจากเจ้าของกิจการโรงแรมเหล่านี้มาทำธุรกิจนี้เป็นอาชีพที่สองและที่สาม เนื่องด้วยทุกคนมีอาชีพหลักอย่างอื่นมาก่อน

เมื่อสร้างธุรกิจโรงแรมขึ้นมาแล้ว ตนเองก็ไม่สามารถจะบริหารจัดการเองได้ ส่วนใหญ่จึงฝากความหวังไว้กับบุคคอื่นที่จ้างมาเป็นผู้บริหารจัดการแทน นั่นก็คือตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป หรือ GM (General Manager) แต่ก็ผิดหวังเป็นส่วนใหญ่ เพราะผู้จัดการทั่วไปที่จ้างมาก็มักจะมีแต่ประสบการณ์ทำงานเท่านั้น ความรู้หรือหลักการบริหารจัดการมักจะไม่ค่อยมี โดยเฉพาะด้านวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการ ความรู้ด้านการตลาด เป็นต้น

เมื่อเวลาผ่านไปก็สะสมปัญหาต่างๆขึ้นมากมาย เช่นการบริหารจัดการด้านบัญชีการเงิน การขาดความเข้าใจด้านการตลาดที่ถูกต้อง รวมทั้งไม่มีระบบตรวจสอบที่ถูกต้องชัดเจน กิจการเริ่มมีปัญหาขาดทุนสะสมต่อเนื่อง หากเจ้าของมีฐานะทางการเงินดีสายป่านยาว ก็พอจะเอาตัวรอดไปได้ในระยะหนึ่ง สุดท้ายก็มักจะมีปัญหากับสถาบันการเงินที่ตนเองไปกู้ยืมมาลงทุน และไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้ เนื่องจากธุรกิจขาดทุน

จากปัญหาทั้งหลายทั้งปวงตามที่กล่าวมานี้ สมาคมการบริหารโรงแรมไทยจึงก้าวเข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 4000 แห่ง เพื่อช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถดำเนินธุรกิจของตนต่อไปได้ การช่วยเหลือที่ดีที่สุดในกรณีนี้คือ การให้ความรู้แก่บรรดาเจ้าของกิจการหรือทายาทที่จะมารับช่วงกิจการต่อไป นั่นคือที่มาของการออกแบบหลักสูตร "การจัดการระดับสูง" และได้เริ่มเปิดการอบรมมาแล้วเป็นจำนวน 12 รุ่น มีเจ้าของกิจการและทายาทที่จะมารับช่วงกิจการเข้ารับการอบรมแล้วไม่น้อยกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

ผลตอบรับหลังจากเข้ารับการอบรมดีมาก หลายกิจการแจ้งสมาคมว่าธุรกิจของตนเริ่มมีกำไรแล้ว หลังจากที่ขาดทุนสะสมมานานหลายปี เจ้าของกิจการหลายแห่งมีความรู้ในด้านการตลาดและการขายดีขึ้น สามารถจะแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านการท่องเที่ยวโดยรวมได้ มีกำลังใจในการประกอบธุรกิจขึ้นมาก หลังจากเข้ารับการอบรมแล้ว

ในส่วนของรูปแบบและเนื้อหาของหลักสูตร ก็ได้มีการพัฒนาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของอุสาหกรรมการท่องเที่ยว แนะนำให้สมาชิกที่เข้ารับการอบรมรู้จักการทำตลาดในแบบสากลมากขึ้น ช่วยสมาชิกให้มีโอกาสเห็นระบบการบริหารจัดการของโรงแรมชั้นหนึ่ง โดยการพาชมห้องพัก ห้องอาหาร การบริการ ทั้งนี้เพื่อเป็นประสบการณ์ในการที่จะมีแนวคิดในการไปปรับปรุงกิจการของตนเองให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไป

และตั้งแต่การอบรมรุ่นที่ 13 เป็นต้นไป ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านเนื้อหาของหลักสูตรให้ลงลึกมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสมาคมฯก็จะพัฒนากิจกรรมด้านอื่นๆต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2552

เมื่อไรเมืองไทยจะปราศจากกลุ่มคนใส่เสื้อสีป่วนเมืองเสียที

ในอดีตที่ผ่านมาผมมักจะชอบสวมเสื้อสีต่างๆตามวัน เช่นวันอาทิตย์สวมเสื้อสีแดง วันจันทร์สวมเสื้อสีเหลือง เป็นต้น แต่ในระยะสองสามปีมานี้ผมไม่กล้าสวมเสื้อสีแดง กับ สีเหลือง ทั้งๆที่มันเป็นสิทธิส่วนตัวที่ผมจะสวมเสื้อสีอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา ท่านทั้งหลายคงจะทราบเหตุผลดี โดยที่ผมไม่ต้องอธิบายขยายความ
เพราะถ้าผมสวมเสื้อสีเหลืองแล้วเผลอเดินเข้าไปในเขตอันตรายสีแดง ผมอาจจะได้รับอันตรายโดยไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้ทำผิดกฏหมายบ้านเมืองในข้อใด แต่มันผิดกฏหมู่ของคนกลุ่มเสื้อสีแดง ที่เขามองเห็นคนใส่เสื้อสีเหลืองเป็นศัตรูกับพวกเขาไปหมด
บ้านเมืองไทยวันนี้มันเป็นอะไรไปแล้วครับท่าน?
ผมไม่เคยไปเมืองนอกเมืองนามากับเขา แต่ก็คาดเดาว่าบ้านเมืองเขาคงไม่มีอะไรบ้าบอคอแตกประมาณนี้ ผมเคยเห็นการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนอาชีพต่างๆตามข่าว ทีวี เขาก็ไม่สวมเสื้อสีอะไรเป็นสัญญลักษณ์แบบกลุ่มคนประท้วงของไทยเรา หรือว่าคนไทยเรากำลังก้าวไกลไปกว่าคนบ้านเมืองอื่นๆ
ก้าวไกลในเรื่องดีดีก็น่าสนับสนุนครับ แต่การก้าวไกลแบบป่วนเมืองให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนนี่ เลิกเสียทีเถอะครับท่านทั้งหลาย

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันนี้เมืองไทยยังมีกลุ่มคนใส่เสื้ออยู่อีก

ความจริงเมืองไทยวันนี้น่าจะหมดปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ใส่เสื้อสีต่างๆได้แล้ว อาทิ กลุ่มคนใส่เสื้อสีเหลือง กลุ่มคนใส่เสื้อสีแดง เป็นต้น
เพราะการเมืองไทยวันนี้ ก็มีรัฐบาลที่มาจากการโหวตของสภาฯเป็นที่ถูกต้องแล้ว แม้จะมีคนบางกลุ่มบอกว่าไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมก็ตาม นั่นก็เป็นเสียงส่วนน้อย โดยเฉพาะเป็นเสียงจากฝ่ายค้านรัฐบาลซะด้วย
น่าที่จะปล่อยให้รัฐบาลโดยการนำทีมของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มีเวลาบริหารบ้านเมืองไปสักระยะหนึ่ง อาจจะเป็นเวลา ห้าเดือนหรือหกเดือนก็ตาม ถือว่าเป็นการยุติธรรมสำหรับคนทำงาน ไม่ใช่จะมาตั้งหน้าตั้งตาคอยขัดขวางกันตั้งแต่ต้น
โบราณว่าไว้ "หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" ถ้ารัฐบาลทำงานไม่ดีไม่ถูกต้องตามนโยบายที่แถลงไว้ ก็ค่อยมาตรวจสอบกันอีกที มันดูจะมีเหตุผลที่เหมาะสมดี และก็ไม่สายเกินไปที่จะมาดำเนินการอะไรลงไปสักอย่าง