ผมชอบดูรายการทีวีรายการหนึ่งที่ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส คืนวันอาทิตย์แล้วนำมาออกอากาศอีกครั้ง เวลาประมาณ 11.05 น.วันพุธถัดไป
เนื้อหาของรายการนี้จะพูดถึงความคิดแตกแยกของคนไทยวันนี้ ดำเนินรายการโดย ณาตยา แวววีรคุปต์ และมักจะไปสรรหานักวิชาการจากสำนักต่างๆมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งเราก็รู้ๆกันอยู่ว่าบรรดานักวิชาการทั้งหลายในบ้านเมืองไทยวันนี้ พูดภาษาไทยแล้วต้องแปลความหมายอีกครั้ง ดังนั้นตาสียายมี อย่ามาดูรายการนี้เลย เพราะแกจะฟังภาษาไทยของนักวิชาการในรายการนี้ไม่ออก
ผมเองก็อดทนดูรายการนี้มานานพอสมควร แล้วถามตนเองว่าดูรายการนี้แล้วได้อะไนบ้าง ตอบตนเองว่าได้ฟังภาษาไทยแปลกๆจากบรรดานักวิชาการ ที่ได้รับเชิญมาแสดงความคิดเห็นในรายการนี้ หรือนักวิชาการระดับ ผอ.สำนักแปลๆที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
ดูจบแล้วก็โล่งอก สบายใจว่า จบได้เสียที....สวัสดีครับ
วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555
ความสุขมวลรวมของคนไทยน่าเป็นห่วง
เรารู้จักกันแต่มวลรวมทางด้านเศรษฐกิจว่า ปีนี้จะโตขึ้นเท่าใด หรือจะต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเท่าไร ฟังๆแล้วคนไทยระดับรากหญ้าก็รู้สึกว่าเขาพูดกันเรื่องอะไร มันช่างไกลจากพวกเขาเหลือเกิน
มาเมื่อสองสามปีมานี้คำว่าความสุขมวลรวม ถูกนำมาเผยแพร่ให้คนไทยได้ยิน ที่มาของคำว่า "ความสุขมวลรวม" นั้นนัยว่ามีที่มาจากประเทศภูฐาน ความหมายอย่างง่ายๆคือ เป็นการวัดระดับความสุขของคนในประเทศว่า มีความสุขกันมากน้อยแค่ไหน ฟังแล้วรู้สึกดีนะ
แต่ในประเทศไทยเรา ผมเป็นห่วงว่าความสุขมวลรวมน่าจะต่ำกว่าประเทศภูฐาน เพราะคนไทยวันนี้มีเรื่องวิตกกังวลมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจการเมือง การทำมาหากิน ภัยจากธรรมชาติ ปัญหายาเสพติด ฯลฯ
เพียงแต่เสพข่าวจากสื่อหลักๆที่นำเสนอข่าวสารต่างๆเป็นประจำวันแล้ว เชื่อว่าคนไทยส่วนหนึ่งคงจะเกิดการเครียดขึ้นมาทันที เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุจากรถตู้โดยสาร มีคนตายจำนวนเท่านั้นเท่านี้คน มีเหตุการณ์ความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนใต้ มีชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตายป็นรายวัน ฯลฯ
แล้วอย่างนี้คนไทยจะมีความสุขมวลรวมสักเท่าไร คิดแล้วน่าเป็นห่วงนะ
มาเมื่อสองสามปีมานี้คำว่าความสุขมวลรวม ถูกนำมาเผยแพร่ให้คนไทยได้ยิน ที่มาของคำว่า "ความสุขมวลรวม" นั้นนัยว่ามีที่มาจากประเทศภูฐาน ความหมายอย่างง่ายๆคือ เป็นการวัดระดับความสุขของคนในประเทศว่า มีความสุขกันมากน้อยแค่ไหน ฟังแล้วรู้สึกดีนะ
แต่ในประเทศไทยเรา ผมเป็นห่วงว่าความสุขมวลรวมน่าจะต่ำกว่าประเทศภูฐาน เพราะคนไทยวันนี้มีเรื่องวิตกกังวลมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจการเมือง การทำมาหากิน ภัยจากธรรมชาติ ปัญหายาเสพติด ฯลฯ
เพียงแต่เสพข่าวจากสื่อหลักๆที่นำเสนอข่าวสารต่างๆเป็นประจำวันแล้ว เชื่อว่าคนไทยส่วนหนึ่งคงจะเกิดการเครียดขึ้นมาทันที เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุจากรถตู้โดยสาร มีคนตายจำนวนเท่านั้นเท่านี้คน มีเหตุการณ์ความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนใต้ มีชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตายป็นรายวัน ฯลฯ
แล้วอย่างนี้คนไทยจะมีความสุขมวลรวมสักเท่าไร คิดแล้วน่าเป็นห่วงนะ
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สมเด็จพระเทพรัตน์ฯประทาน สคส. 2553
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สสส.ก้าวสู่ปีที่ 9


สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก้าวสู่ปีที่ 9 แล้วด้วยนโยบาย "ก้าวสร้าง ก้าวสุข"ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ สสส.ได้จัดตั้งขึ้นมา ได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยทุกหมู่หล่า ห่างไกลจากอบายมุขสิ่งเสพติดทั้งหลาย อาทิ บุหรี่ สุรา ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ช่วยเหลือหน่วยงาน องค์กร สถาบันต่างๆ จัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมสุขภาพกายและใจตลอดมา ผลงานต่างๆก็เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมไทยมามากมายแล้ว
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เดือนที่คนไทยทั้งประเทศมีความสุขที่สุด

ปีหนึ่งมีจำนวน 12 เดือน แต่เดือนที่คนไทยทั้งประเทศมีความสุขที่สุดในรอบปีคือ เดือนธันวาคม เพราะเดือนนี้มีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวง คือวันที่ 5 ธันวาคม และนับเป็นวันพ่อแห่งชาติด้วย
โดยเฉพาะปีนี้รัฐบาลได้จัดงานเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด มีการจัดงานฉลองถึง 9 วัน 9 คืน ณ สถานที่สามแห่งในกรุงเทพมหานคร คือ ที่สนามหลวง บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก และที่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า)
โดยเฉพาะที่บริเวณถนนราชดำเนินทั้งสองแห่ง กทม.ได้จัดซุ้มเฉลิมพระเกียรติอย่างสวยงามอลังการ ประดับด้วยไฟฟ้าสวยงามอย่างยิ่งในยามค่ำคืน
และที่พระที่นั่งอนันตสมาคมมีการจัดระบบแสง สี เสียง แบบสามมิติ อย่างที่ไม่เคยได้ชมกันมาก่อน มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงมาฉายประกอบด้วย เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่พสกนิกรจำนวนมากไม่เคยได้ชมมาก่อน
สำคัญอย่างยิ่งในโอกาสนี้อนุญาตให้มีการถ่ายทำภาพยนตร์ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานด้วย เพื่อฉายเผยแพร่ให้ทุกคนเห็นว่าในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานนั้น มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับโครงการที่ในหลวงทรงคิดค้นขึ้น และนำมาปฏิบัติจริงตามโครงการพระราชดำรินับพันโครงการทั่วประเทศ
ณ วันนี้แม้พระองค์ท่านจะยังทรงประทับอยู่ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เนื่องด้วยทรงพระประชวร ประชาชนทุกสารทิศทั่วประเทศไทย ก็ยังหลั่งไหลมาลงนามถวายพระพรพระองค์ท่านอย่างล้นหลามทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งขาวต่างประเทศหลายเชื้อชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ต่างก็พากันมาลงนามถวายพระพรพระองค์ท่านด้วย
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

